รีวิวหนัง : DOCTOR SLEEP

รีวิวหนัง : DOCTOR SLEEP คือภาพยนตร์อีกเรื่องที่ดัดแปลงจากนวนิยายของสตีเฟ่น คิง และยังถือว่าเป็นเรื่องราวที่ต่อกันจาก The Shining นวนิยายและภาพยนตร์ขึ้นหิ้งโดยผู้กำกับชั้นครู สแตนลีย์ คูบริก ซึ่งในเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวของ แดน ทอร์แรนซ์ (เด็กน้อยผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์อันโหดร้ายในโรงแรมผีนรก) ที่ใน 40 ปีผ่านมาเขาใช้ชีวิตมาด้วยความทนทุกข์กับการติดอยู่กับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในอดีต

แต่เขาก็พยายามหาหนทางที่จะทำให้ชีวิตสงบสุขลงให้ได้ แต่ความสงบนั้นก็คงอยู่ได้ไม่นานเหมือน แดน พบกับ แอบรา เด็กสาวผู้มีสัมผัสพิเศษเฉกเช่นเดียวกับเขา ซึ่งมันอาจจะไม่แปลกอะไรถ้าเกิดโลกนี้ไม่มีกลุ่มคนลึกลับที่ตามล่าเด็กและผู้คนที่มีพลังนี้เพื่อความอมตะของตัวเอง ทำให้แดนต้องยอมช่วยเหลือแอบราให้รอดพ้นจากอันตรายนี้ แม้ว่ามันจะนำพาเขาไปพบกับสิ่งที่ไม่อยากเจออีกครั้งก็ตาม…

นี่คือหนังที่ชอบแบบผิดคาดมากที่สุดเรื่องนึงในปีนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันมาในโทนที่แทบจะคนละแบบกับ The Shining เลย (อย่างกับหนังที่ไม่ใช่ภาคต่อกัน) ซึ่งอาจจะดูแปลกแต่มันกลายเป็นว่าพอหนังทำถึงมันเลยแอบบันเทิงและน่าติดตามมาก คือนึกว่าดู X-MEN หรือ Heroes เลย ซึ่งส่วนนึงก็ต้องยอมใจในความเป็น geek นิยายลุงคิงของตาผู้กำกับ Mike Flanagan ด้วย ที่หยิบนิยายมาทำกี่เรื่องก็น่าสนใจและสร้างสเน่ห์บางอย่างให้กับหนังได้ตลอด

แม้ว่าหนังจะยาวเกือบ 3 ชั่วโมง และช่วงแรกอาจจะเนือยไปบ้างแต่โดยรวมแล้วหนังไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด เพราะลูกล่อลูกชนของหนังมันฉลาดมากที่จะเอาใจผู้คนในกลุ่มแมสเอย สยองเอย แฟนนิยายเอย หรือแม้แต่การคารวะคูบริกก็ดี มันเลยนัวๆ ดูเพลินๆ ไปอีกแบบ แถมยังซื้อไอเดียที่แม้แต่คนวัยกลางคนก็ยังต้องก้าวผ่านวัยและเติบโต เพราะหากยังไม่ล้มหายตายจากเราก็ยังต้องมีอะไรบางอย่างที่ก้าวผ่านไปเรื่อยๆ แถมไคลแม็กซ์ของหนังก็ยอดเยี่ยมมากจนเอาเป็นว่าใครที่เคยได้มีโอกาสชม The Shining แล้วควรดูและฟินกันอย่างแน่นอน